ประวัติพระพุทธเจ้า

คนไทยส่วนใหญ่จะนิยมนับถือศาสนาพุทธมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดนปลูกฝังและเคารพในศาสนามาตั้งแต่เกิด แต่ละศาสนาก็จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป การทำพิธีกรรม รวมไปถึงการใช้ชีวิตในแต่ละศาสนา ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เราไปดูกันดีกว่าพระพุทธศาสนาของเรานั้นเกิดโดยพระพุทธเจ้า เรามาดูประวัติพระพุทธเจ้ากันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง โดยจะเขียนคร่าว ๆ มีประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน ให้ทุกคนศึกษากันเล็กน้อย

ประสูติ

               เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงประสูติออกมาและเดินได้ด้วยพระบาท 7 ก้าว และมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพระบาท(เท้า) พร้อมเปล่งพระวาจาว่า “เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา” แต่หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะประสูติกาลได้แล้ว 7 วัน พระนางสิริมหามายาก็เสด็จสู่สวรรคาลัย(แม่ของเจ้าชาย) เจ้าชายสิทธัตถะจึงอยู่ในความดูแลของพระนางประชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา ทั้งนี้ พราหมณ์ทั้ง 8 ได้ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีลักษณะเป็นมหาบุรุษ คือ หากดำรงตนในฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่โกณฑัญญะพราหมณ์ ผู้อายุน้อยที่สุดในจำนวนนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า พระราชกุมารสิทธัตถะจะเสด็จออกบวช และจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน

ภาพจากวัดพระบาทน้ำพุ

               พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ (15 ค่ำเดือน 6) ขณะมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ นางสุชาดาได้ถวายข้าวมธุปายาส(หุงด้วยนม) ใต้ต้นไทร เมื่อเสวยเสร็จแล้วทรงลอยถาดทองในแม่น้ำเนรัญชรา ทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า    “ถ้าอาตมาจะได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณแล้ว ขอให้ถาดนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ” ถาดทองนั้นลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ๑ เส้น แล้วก็จมลงตรงนาคภพพิมานแห่งพญากาฬนาคราช พระองค์ทรงโสมนัสและแน่พระทัยว่าจะได้ตรัสรู้ เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า โดยหาความสงสัยมิได้ เมื่อพระองค์ทรงรู้เห็นแล้ว จึงละอุปาทานและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

               พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์และแสดงพระธรรมเทศนา ตลอดระยะเวลา 45 พรรษา ทรงสดับว่า อีก 3 เดือนข้างหน้าจะปรินิพพาน จึงได้ทรงปลงอายุสังขาร พระพุทธเจ้าทรงประชวรหนัก แต่ทรงอดกลั้นมุ่งหน้าไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน โดยก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานนั้น พระองค์ได้อุปสมบทแก่พระสุภัททะปริพาชก ซึ่งถือได้ว่า “พระสุภภัททะ” คือสาวกองค์สุดท้ายที่พระพุทธองค์ทรงบวชให้ ท่ามกลางคณะสงฆ์ทั้งที่เป็นพระอรหันต์ และปุถุชนจากแคว้นต่าง ๆ รวมทั้งเทวดา ที่มารวมตัวกันในวันนี้  

ปรินิพพาน
ภาพจากวัดพระบาทน้ำพุ

  จากนั้นได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ใต้ต้นสาละ ณ สาลวโนทยาน ของเหล่ามัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 รวมพระชนมายุ 80 พรรษา และวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นของพุทธศักราช

ประวัติพระพุทธเจ้า

               และนี้แค่เป็นส่วนย่อในประวัติของพระพุทธเจ้า ที่เราเอามานำเสนอนั้นแค่เพียงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน และก่อนปรินิพานพระองค์ทรงมีปัจฉิมโอวาทว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอบอกเธอทั้งหลาย สังขารทั้งปวงมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา พวกเธอจึงทำประโยชน์ตนเอง และประโยชน์ของผู้อื่นให้สมบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด” (อปปมาเทน สมปาเทต) เห็นมั้ยคะว่าพระพุทธศาสนาของเรานั้นเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดีจริง ๆ ค่ะ

w88 เว็บหลัก ไทย ทางเข้าตรง